หลังลงรูปเสือดำ พร้อมแคปชั่น “จะลงทุกวัน!” ในไอจีส่วนตัว ทำให้หลายคนที่ติดตามแห่เข้าไปกดไลก์ รวมถึงคอมเม้นต์ชื่นชมและสนับสนุนพระเอกผิวเข้ม ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ที่ไม่เพิกเฉยกับเรื่องราวซึ่งกำลังเป็นประเด็นอยู่ในสังคมขณะนี้
“จริงๆ ศิลปินดารามีส่วนอยู่แล้วในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ในสังคม คือมันเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนจะมีส่วนในการรับผิดชอบสังคมทั้งที่อยู่ใกล้ตัวและไกลตัว แล้วเรื่องนี้ก็ดันเป็นเรื่องที่ผมเซ้นสิทีฟเพราะเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ตั้งแต่เกิดเรื่องเสือดำผมก็ตามข่าวมาตลอด ข่าวต่างๆ ที่เป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ผมก็ตามหมด

ข่าวหวย 30 ล้านยังตามเลย(หัวเราะ) แต่ยังไงผมก็จะไม่ลืมเสือดำครับ” พระเอกหนุ่มกล่าว
ถามถึงกระแสละคร “เงินปากผี” ที่ตอนนี้คนแซวว่าอิทธิฤทธิ์ของ “เหรียญคุณเลี้ยง” ช่วยกู้เรตติ้งให้ช่อง 3 ได้อย่างมาก?
“(หัวเราะ) จริงๆ มันเหมือนรวมพลังกันมากกว่านะ หลังจากที่ทุกคนรู้กันว่าช่อง 3 ก็มีช่วงที่เรตติ้งมันไม่ค่อยดี ทางผู้ใหญ่ก็มีการกลับมาแก้เกม ผมมองว่าวิธีการวางละครออกอากาศมันก็คือเกมเกมหนึ่ง พอเกิดลักษณะที่ว่าเรตต้ิงเริ่มจะเป็นเลขไม่สวยและไม่เป็นที่พอใจแล้ว ผู้ใหญ่ก็มีการปรับเอาละครแต่ละเรื่องขึ้นมา เอาเงินปากผีมา เสริมด้วยชั่วโมงต้องมนต์ และต่อด้วยบุพเพสันนิวาส ทั้ง 3 เรื่องก็พากันไปในทิศทางที่ดี ยิ่งตอนนี้บุพเพสันนิวาสเรตติ้งก็นำโด่งเลย ส่วนเงินปากผีและชั่วโมงต้องมนต์ก็ตามไปด้วย ซึ่งก็ถือว่าดีครับ”
ตอนแรกคิดไว้ไหมว่าคนดูยังจะชอบละครแนวแบบเงินปากผีอยู่หรือเปล่า?
“ถ้าให้ผมมองละครเงินปากผี ผู้ผลิตพยายามที่จะทำให้เป็นละครออกแนวที่ว่าให้คนดูดูได้ทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคนเมืองดูอย่างเดียวเพราะละครแนวนี้คนไทยชอบอยู่แล้ว คราวนี้ในส่วนความน่ากลัวมันอยู่ที่ว่าจะใส่ให้มันน่ากลัวมากหรือน่ากลัวน้อย ถ้าน่ากลัวมากไปคนก็อาจจะไม่ดูอีกเพราะละครมันฉายตอนค่ำๆ ดึกๆ ด้วย เดี๋ยวจะน่ากลัวเกิน ฉะนั้นเรื่องของความพอดีก็เป็นเรื่องยากเหมือนกัน ผสมกับกระแสของเด่นคุณ(งามเนตร)ที่ตอนนี้ฮอตมาก คนทั้งชมทั้งด่าตัวละคร “วันพุธ” ในทวิตเตอร์แบบเดือดมาก(หัวเราะ) ซึ่งต้องบอกว่าเด่นคุณเองก็ได้อ่านทุกคอมเม้นต์ มีทั้งดีใจและเสียใจ สิ่งที่เขาดีใจก็คือการที่คนรุมดูรุมด่ารุมชมเนี่ยมันทำให้เรตติ้งขึ้น(หัวเราะ) แต่ในขณะเดียวกันตัวเขาก็จะเอาสิ่งที่คนต่อว่าติชมไปปรับปรุงให้ได้ ซึ่งจะเป็นผลดีกับตัวเขาในอนาคต”

เด่นคุณมีท้อบ้างไหมกับกระแสที่คนต่อว่า?
“ผมมีโอกาสได้คุยกับเด่นคุณในเรื่องนี้ก็บอกว่าน้องจะต้องเอาสิ่งที่คนอื่นต่อว่าไปปรับปรุงในเรื่องต่อไปให้ได้ เอาสิ่งที่เขาด่ามาเป็นพลังให้ได้ ถามว่าเขาท้อหรือเสียใจบ้างมั้ย เขาท้อและนอยด์บ้าง แต่ผมก็บอกว่านี่คือประสบการณ์ เขาต้องเก็บทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้มาเป็นครูให้ได้ โชคดีที่น้องเป็นคนเข้าใจกับเรื่องพวกนี้ จริงๆ สิ่งที่เด่นคุณเป็นมันไม่ได้แย่นะครับ คือถ้ามันไม่ผ่านผู้กำกับเขาก็ไม่ยอมให้ผ่านหรอก แต่อย่างที่บอกว่าทุกคนต้องผ่านประสบการณ์แบบนี้ไปให้ได้ ไม่มีใครหรอกที่จะเติบโตมาด้วยคำชมทุกครั้ง บางคนก็เติบโตมาด้วยบาดแผลเต็มตัวก็มี ผมเองก็เคยพลาดพลั้ง คนต่อว่าเยอะแยะก็มี ยกตัวอย่างให้ฟัง ดูอย่างน้องบอมบ์(ธนิน)สิ เมื่อก่อนก็โดนคนว่าว่าเล่นแข็ง พอในละครชั่วโมงต้องมนต์เขากล้าที่จะฉีกตัวเองไปเล่นเป็นกะเทย คราวนี้พลิ้วเลย อันนี้ไม่ได้เปรียบเทียบกับเด่นคุณนะ เพียงแต่ผมยกตัวอย่างให้เห็นถึงคนที่เคยข้ามปัญหาเหล่านี้มาแล้ว จนตอนนี้ก็ได้รับแต่เสียงชื่นชม ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นเด่นคุณ แต่นักแสดงคนอื่นๆ ที่เคยถูกตำหนิว่าเล่นแข็ง เขาก็จะต้องข้ามเส้นเหล่านี้ไปให้ได้ด้วยตัวของเขาเองเช่นกัน”

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่านักแสดงรายล้อมเด่นคุณแต่ละคนล้วนแต่มีฝีมือด้วยหรือเปล่า ทำให้เขายิ่งดูกดลงไป?
“อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุด ถึงบอกว่าเรื่องนี้จริงๆ แล้วความยากมันอยู่ที่ว่าตัวเขาต้องประกบกับนักแสดงหลายคนที่ค่อนข้างมีประสบการณ์มามากด้วย ไม่ว่าจะเป็นคุณอาสอาด(เปี่ยมพงศ์สานต์) เต๋า(สมชาย) พี่หมวย(สุภาภรณ์) จ๊อบ(นิธิ) จอย(รินลณี) รวมถึงผม ฉะนั้นเด่นคุณจะต้องทำการบ้านให้หนักขึ้นเป็นสองเท่าจากที่เคยทำมาอยู่แล้ว เพราะนักแสดงแต่ละคนก็ไม่มีใครยอมใครแน่นอน คือมันไม่ใช่เรื่องว่าใครจะมาฆ่าใคร แต่ทุกคนล้วนทำงานหนักกับบทบาทที่ตัวเองได้รับมากกว่า”

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก ข่าวสด