รมว.แรงงาน เผยตัวเลขแรงงานภาคประมงขาดแคลนถึง42,000 คน เร่งกรมการจัดหางานนำเข้าตาม MOU แบบถูกกฏหมาย พร้อมเรียกหน่วยงานเกี่ยวข้องหารือความคืบหน้า ยกร่างกฏหมายแรงงานบังคับ แก้ปัญหาค้ามนุษย์ แรงงานผิดกฏหมาย ก่อนยื่นรับรองอนุสัญญา ที่เจนีวา ต้นเดือนมิ.ย.นี้

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฏหมาย ครั้งที่3/2561 ที่กระทรวงแรงงาน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานในประเด็นที่สำคัญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะความคืบหน้าของการยกร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ…และการให้สัตยาบันพิธีสาร lLO ฉบับที่29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อ 1พ.ค.ที่ผ่านมาโดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว อยู่ระหว่างตรวจปรับปรุงร่างกฏหมายจากสำนักกฤษฎีกา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป และ25 พ.ค.นี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะพิจารณาการให้สัตยาบันพิธีสารส่วนเสริมอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ก่อนส่งให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำหนังสือสัตยาบันสารและรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน จะยื่นรับรองพิธีสารภายใต้อนุสัญญาILO ฉบับที่29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ ที่ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ต้นเดือน มิ.ย.นี้

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ประเด็นพิจารณาสำคัญวันนี้ คือแนวทางแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในกิจการประมง ล่าสุดกรมประมงรายงานว่า ปัจจุบันขาดแคลนแรงงานในภาคประมงราว42,000 คน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้กรมการจัดหางาน ตามข้อเสนอของสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เร่งจัดหาแรงงานภาคประมง ตามจำนวนที่ขาดแคลน โดยปรับปรุงขั้นตอนนำเข้าแรงงานประมงตามระบบMOU ให้ง่าย สะดวกและเร็วขึ้น ภายในระยะเวลา 45 วัน พร้อมจัดทำแนวปฏิบัติที่ชัดเจน รวมทั้งสร้างการรับรู้ให้กับนายจ้างด้วย

ขณะเดียวกันกำชับที่ประชุมให้ร่วมกันติดตามความก้าวหน้าในเรื่องต่างๆ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ทั้งปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานผิดกฏหมาย การจัดทำทะเบียนประวัติและออกใบอนุญาตทำงานของศูนย์OSS ล่าสุดจัดทำไปแล้ว800,000 คน และเหลืออีก300,000 คนซึ่งต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือน มิ.ย.รวมถึงการนำข้อมูลม่านตาไปใช้ประโยชน์ในการตรวจการทำงานของคนต่างด้าวและการดำเนินคดี ยึดอายัดทรัพย์ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ .-สำนักข่าวไทย